
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เป็นภาษีที่จัดเก็บโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ซึ่งเริ่มบังคับใช้เพื่อทดแทนภาษีโรงเรือนและที่ดิน และภาษีบำรุงท้องที่เดิม มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การจัดเก็บภาษีเป็นธรรมมากขึ้น และสอดคล้องกับการใช้ประโยชน์ของทรัพย์สิน
ภาษีดังกล่าวจัดเก็บจาก ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง โดยพิจารณาจากมูลค่าทรัพย์สินและลักษณะการใช้ประโยชน์เป็นหลัก
ใครมีหน้าที่ต้องเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
ผู้มีหน้าที่ต้องเสียภาษี คือ เจ้าของทรัพย์สิน ณ วันที่ 1 มกราคมของปีภาษีนั้น ๆ โดยรวมถึง
-
เจ้าของที่ดิน
-
เจ้าของสิ่งปลูกสร้าง
-
เจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
-
ผู้ครอบครองหรือผู้ใช้ประโยชน์แทนเจ้าของ (ในบางกรณีตามที่กฎหมายกำหนด)
แม้ในกรณีที่ที่ดินหรือบ้านยังไม่ได้มีการใช้งาน หากยังคงถือกรรมสิทธิ์อยู่ ก็ยังคงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีตามกฎหมาย
ประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินและอัตราภาษี
การจัดเก็บภาษีจะพิจารณาจากลักษณะการใช้ประโยชน์ของทรัพย์สิน ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ได้แก่
1. ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างเพื่อการเกษตร
เช่น ทำนา ทำสวน ทำไร่ หรือเลี้ยงสัตว์
อัตราภาษีจะต่ำที่สุด และมีการยกเว้นภาษีในกรณีที่มูลค่าไม่เกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
2. ที่อยู่อาศัย
เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ คอนโดมิเนียม
กรณีเป็นที่อยู่อาศัยหลักและเจ้าของมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน จะได้รับการยกเว้นหรือเสียภาษีในอัตราต่ำกว่ากรณีอื่น
3. ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างเพื่อการพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม
เช่น อาคารพาณิชย์ โรงงาน สำนักงานให้เช่า
จะถูกจัดเก็บภาษีในอัตราที่สูงกว่าที่อยู่อาศัยและการเกษตร
4. ที่ดินรกร้างหรือไม่ได้ใช้ประโยชน์
เป็นที่ดินที่ปล่อยทิ้งไว้โดยไม่มีการใช้ประโยชน์
จะถูกจัดเก็บภาษีในอัตราสูงที่สุด และหากปล่อยทิ้งไว้นานหลายปี อัตราภาษีจะเพิ่มขึ้นตามระยะเวลา
วิธีการประเมินภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
ฐานภาษีจะคำนวณจาก มูลค่าประเมินทุนทรัพย์ ของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ตามที่กรมธนารักษ์กำหนด จากนั้นนำมาคำนวณร่วมกับอัตราภาษีตามประเภทการใช้ประโยชน์
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบล จะเป็นหน่วยงานที่จัดส่งหนังสือแจ้งการประเมินภาษีไปยังเจ้าของทรัพย์สิน
กำหนดระยะเวลาการชำระภาษี
โดยปกติ เจ้าของทรัพย์สินจะได้รับแจ้งประเมินภาษีภายในช่วงต้นปี และต้องชำระภาษีภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ชำระภายในกำหนด จะมีค่าปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมาย
กรณียกเว้นและลดหย่อนภาษี
กฎหมายกำหนดให้มีการยกเว้นหรือบรรเทาภาษีในบางกรณี เช่น
-
ที่อยู่อาศัยหลักที่มีมูลค่าไม่เกินเกณฑ์
-
ที่ดินเพื่อการเกษตรในวงเงินที่กำหนด
-
ทรัพย์สินของหน่วยงานรัฐ ศาสนสถาน หรือสาธารณประโยชน์
รายละเอียดการยกเว้นขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและประกาศที่มีผลบังคับใช้ในแต่ละปี
สรุป
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นภาษีที่เจ้าของทรัพย์สินทุกประเภทควรทำความเข้าใจ เนื่องจากมีผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในการถือครองที่ดินและที่อยู่อาศัย การรู้ประเภทการใช้ประโยชน์ อัตราภาษี และกำหนดเวลาการชำระ จะช่วยให้สามารถวางแผนการถือครองหรือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างเหมาะสมและถูกต้องตามกฎหมาย
